Nattapon님의 프로필BaNK c(^_^)*사진블로그리스트기타 도구 도움말

Cherdhirunkorn Nattapon

직업
지역
추가한 리스트 항목이 없습니다.

BaNK c(^_^)*

사진(1/35)
3월 27일

Community Medicine(COMMED ภาคตะลุยชุมชนสวัสดิรักษา)

   

 

 
โดนจับมาเต้นกะร้องเพลงประหลาด...ซะงั้นอ่ะ แต่เพื่อกลุ่ม สู้!!!เว้ย
 
เพลง I need somebody help  
 

เช้าลืมตาขึ้นมาก็ต้องออกไปชุมชน  แต่ไม่มีคนจะสนใจและให้ความร่วมมือ  ออกไปที่อื่น เจอะใครมากมาย  หันมองไปทางใดก็มีแต่คนหนีกัน  หันมามองตัวเองว่าเราเป็นตัวอะไร  แล้วทำไมบางคนจึงต้องมาไล่เราไป  ไม่มีข้อมูล  ไม่มีรายงาน  ไม่มีกำลังใจที่ไหนเลย   อยากมีคน  อยู่ที่บ้าน  ให้สัมภาษณ์  ให้หัวใจมันเต้นแรง  เก็บไว้ได้ get A  เก็บไว้ได้ get A 

Help!! I need somebody help   อยากขอสักคนเพื่อ help   ให้หัวใจได้ชื่นบาน 

มี com med ให้รักกัน  มีคืนวันที่ดีด้วย

Help!! I need somebody help   อยากขอสักคน เพื่อ help  ให้พวกเราไม่ว่างงาน 

มีอาจารย์ที่แคร์  อาจารย์ที่รักแท้คือใคร 

ทำประชาคมวันเสาร์ตอนบ่าย  มีอาจารย์ฉัตรชัยมาคุมทั้งงาน  และชอบเล่นกับเด็กข้างในชุมชน  ใช่หรือเปล่า  ใช่หรือเปล่า 

จะเป็นแพทย์ที่ดี  เพราะ com med ได้สอน  จะคอยห่วงชุมชน  ไม่ทิ้งกัน ไปไหน...

บันทึกประสบการณ์ออกชุมชน 

          การออกชุมชนในครั้งนี้มีทั้งเรื่องประทับใจและไม่ประทับใจเกิดขึ้น ที่รู้สึกไม่ประทับใจเลยคือมีอยู่หลายบ้านที่ชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์ บางบ้านก็ไม่ให้สัมภาษณ์ บอกว่าขี้เกียจทำก็มี บางบ้านก็ตอบกลับด้วยคำหยาบคาย บางบ้านก็บอกว่าให้สัมภาษณ์ไม่ได้หรอกเพราะตนไม่ใช่เจ้าบ้านแต่ในความคิดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าว่าเขาไม่อยากให้สัมภาษณ์มากกว่า เรื่องสัตว์เลี้ยงก็ก่อปัญหาเช่นกัน ทางเดินที่คับแคบอยู่แล้วก็เต็มไปด้วยอุจจาระ ปัสสาวะของหมาและแมว ขยะก็เกลื่อนกลาดตามพื้นมากมาย ปัญหายาเสพติดก็มีมากถึงกับมีบางบริเวณที่เข้าไปสำรวจไม่ได้เนื่องจากอันตราย บางคนแค่มองก็รู้เลยว่าขี้ยา เพื่อนผู้หญิงบางคนถึงกลับโดยมองตามด้วยสายตาน่ากลัว เหตุผลนี้เองจึงทำให้ทางกลุ่มสามารถเก็บข้อมูลของชุมชนไปได้แค่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่

                ส่วนเรื่องที่ประทับใจก็ใช่ว่าจะไม่มี บ้านไหนชาวบ้านให้ความร่วมมือก็มักให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ มีอยู่บ้านหนึ่งคุณยายให้ความร่วมมือสุดๆ แถมคุยกับข้าพเจ้าอย่างเป็นมิตรผิดกลับบ้านบางหลัง คุณยายได้เปิดอกเล่าปัญหาของชุมชนให้ฟัง ซึ่งปัญหานี้ก็ตรงกับที่ข้าพเจ้าคิดไว้ ปัญหาสำคัญเลยก็คือชาวบ้านในชุมชนขาดความสามัคคี และการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมซึ่งต่างกับตอนออกชุมชนที่อยุธยาเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการที่ข้าพเจ้าเห็นชาวบ้านทะเลาะกันทุกวันที่ไปสัมภาษณ์ แม้กระทั่งตัว อสส กับ ประธานชุมชนก็ไม่ถูกกัน ขยะก็ทิ้งกันตามพื้นเลย ผู้ใหญ่บางคนถึงกระทั่งสอนบุตรของตนให้มักง่าย อยากผู้ปกครองคนหนึ่งบอกให้ลูกรีบกินน้ำในถุงให้หมดจะได้โยนทิ้งลงพื้นตรงนั้นเลย แสดงให้เห็นถึงความมักง่ายและขาดควมรับผิดชอบ จากการที่ได้ฟังและเห็นมาข้าพเจ้าจึงคิดว่าควรจะแก้ที่สัมพันธภาพของคนในชุมชนเป็นอันดับแรก โดยการสร้างความปรองดองซึ่งกันและกันเป็นอันดับแรก ส่วนที่ประทับอีกนอกจากคุณยายก็คือตัว อสส ลุงประเสริฐที่ช่วยเหลือพวกเราอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อ ประสานงาน การช่วยพวกเราให้เข้าถึงชาวบ้านทั้งในวันที่เก็บข้อมูลและวันทำประชาคมเป็นต้น

คุณลุงเป็นตัวตั้งตัวตีในการปราบปรามยาเสพติดในชุมชน แม้จะเคยถูกขู่ว่าถ้าไม่เลิกจะฆ่า ลุงก็ยังคงทำต่อไป ลุงบอกว่า คนเราเกิดมาล้วนต้องตายทั้งนั้นมีแต่ว่าจะตายดีหรือตายไม่ดีเท่านั้นเอง

ข้าพเจ้าประทับใจคำพูดนี้เป็นอันมาก น้องๆในชุมชนหลายคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี น้องบางคนช่วยพากลุ่มของข้าพเจ้าเข้าบ้านบางบ้านที่ตอนแรกเข้าไม่ได้เนื่องจากชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ และยังช่วยในการดูแลชาวบ้านคนอื่นๆในวันประชาคมอีก จากการสังเกตข้าพเจ้าพบว่าประชากรในชุมชนนี้เป็นเด็กเล็กค่อนข้างมากเลยทีเดียว ข้าพเจ้าจึงคิดว่าเป็นการดีที่เราจะปลูกฝังให้ความรู้แก่เด็กๆ เพื่อวันหน้าจะได้ไปเป็นเยาวชนที่ดีของชุมชนนี้ในอนาคต

ปล. ที่เนื้อเรื่องแลดูเป็นทางการ เพราะอันนี้ก๊อปปี้มาจากที่เขียนส่งอาจารย์นั้นเอง ชุมชนนี้เป็นชุมชนที่ยาเสพติดมากจริง โซนอันตรายที่บอกก็มีแต่พวกวัยรุ่น แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าขี้ยา เพื่อนเราคนหนึ่ง จ๋าถึงกลับโดนมองตามเลย ดีนะแค่มอง....ไม่โนไปทำอย่างอื่น >_<

 
 
 
 
 
 
 
 
 
9월 22일

เมื่อความซวย.... มีภาคต่อ[ดวงตกแน่ๆเลยเรา>_<]

   

 

 
ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เจอแต่เรื่องโชคร้ายติดต่อกัน... จนรู้สึกได้..
 
... เหมือนกับว่าความซวย..มีภาคต่ออะไรอย่างนั้น... เดี๋ยวข้าพเจ้าจะลำดับความซวยที่เกิดขึ้นให้ฟัง
 
ความซวยลำดับที่1 (primary unfortune : ถูกปล้น)
 
เรื่องนี้ไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมาเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าได้.. เรื่องนั้นเกิดขึ้นในกลางดึก
 
ของคืนวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค สถานที่นะเหรอ? ไม่ใกล้ไม่ไกลที่ไหนหรอกที่ My DoRMitoRY หอพัก
 
แสนรักของข้าพเจ้านี่เอง ก่อนจะเล่าเรื่องนั้นข้าพเจ้าจะขอเล่า Routine ชีวิตประจำวันของข้าพเจ้าให้ฟังก่อน
 
วันจันทร์-ศุกร์เย็น ก็เรียนๆๆๆ(ช่วงนี้จะนอนพักที่หอตลอด)  
 
วันศุกร์เย็น-อาทิตย์เช้า ก็จะกลับบ้าน
 
วันอาทิตย์เย็น กลับหอเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียนในเช้าวันจันทร์ (ฟังดูเป็นคนขยันอ่ะเด่55)
 
 หอพักของข้าพเจ้าตั้งอยู่กลางย่านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใน
 
ประเทศไทย ที่แห่งนั้นคือถนนสุขุมวิทข้าง GMmGramy นี่เอง หอพักของข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในหอพักที่มี
 
security ค่อนข้างดี คนที่เข้าออกต้องใช้ keycard และรหัสผ่าน มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ตลอดทางเดินภายใน
 
หอพัก เพื่อนร่วมหอที่อาศัยอยู่ด้วยล้วนเป็นเพื่อนคณะแพทย์ เพื่อนของข้าพเจ้าทั้งนั้น และที่สำคัญมีกล้องวงจรปิด
 
หนึ่งตั้งอยู่หน้าห้องของข้าพเจ้าพอดิบพอดี ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าห้องของข้าพเจ้าปลอดภัยที่สุดในหอ แต่...ถึง
 
กระนั้นเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้........เรื่องมีอยู่ว่า...
 
วันนั้นข้าพเจ้าก็กลับหอตามปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างคือวันนี้กระเป๋าตุงพกเงินมาเยอะเป็นพิเศษ
 
เนื่องจากอีก 3 วันจะต้องจ่ายค่าหอพักนี่เอง เมื่อถึงหอข้าพเจ้าก็จัดแจงโยนกระเป๋าตังกับมือถือไปบนโต๊ะอ่าน
 
หนังสืออันแสนรกของข้าพเจ้า แล้วก็ทำภาระกิจส่วนตัวไปเรื่อยๆจนกระทั้ง Roommate กลับมาจนครบ
 
แล้วจึงเข้านอนพร้อมกัน ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งเวลาประมานตีสอง แอ้ดด.....เสียงประตูห้องค่อยๆ
 
ง้างออก มีใครบางคนค่อยๆย่างกรายเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ข้าพเจ้าซึ่งยังหลับไม่สนิทรู้สึกได้ ในใจก็นึกว่าสงสัย
 
เป็นเพื่อนเข้ามาเอาของที่ลืมไว้กระมั้ง ไอ้สาดมาเอาตอนเช้าก็ไม่ได้ คนจะหลับจะนอน หลังจากนั้นไม่นานเสียงนั้น
 
ก็เงียบลง แสดงว่าคนคนนั้นได้ออกไปจากห้องแล้ว.....และแล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง
 
ข้าพก็ได้ทราบว่ากระเป๋าตังหายไปแล้ว อ้ากก..เงินที่เบิกมา 4000 กว่าบาทรวมถึงบัตร ATM อีก 2 ใบเงินใน
 
บัญชีรวม 40000 กว่าๆ ซวยแล้วกุ โต๊ะกุรกขนาดนี้มันยังเอาไปได้(สงสัยยังรกไม่พอ เหอๆ) ไม่ใช่แค่ข้าพเจ้าที่
 
เจอดี Roommate ของข้าพเจ้าก็โดนด้วยกระเป๋าตังกับนาฬิกาเรือนโปรดได้อันตรถานหายไป..
 
"อ้ากก.. ทำไมเมื่อคืนกุไม่เอ่ะใจตื่นมาดูวะ" นี่คือที่ข้าพเจ้าคิด แต่เพื่อนๆกลับคิดต่างออกไปว่า
 
"แบงค์เมิงไม่ตื่นมาอ่ะดีแล้ว ตื่นมาแล้วมันเอามีดมาเชือดทำไงวะ กุนอนริมด้วยที่ตายก่อนไม่ใช่เมิงนะ"
 
 ทำไงดี ทำไงดี แย่แล้ว ไอ้เหี้ย ไอ้เลว ไอ้ขโมยชั่ว -->นี่คือความรุ้สึกที่ผสมระหว่างความโกรธกับความสับสน
 
แล้วก็เสียใจ ปิ้ง จู่ๆ ไอเดียก็บรรเจิดขึ้น ทำไมไม่ไปดูกล้องวงจรปิดล่ะวะ ว่าดังนั้นจึงได้วิ่งแจ้นไปหาเจ้าของหอ
 
ปรากฎว่าคำตอบที่ได้รับคือ..."เกิดเรื่องงั้นเหรอ พี่ขอโทษนะ พอดีเมื่อ 2 วันก่อนพี่เอาตัวอัดวีดีโอไปซ่อมพอดี"
 
อย่างนี้ก็แสดงว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวที่ติดอยู่ก็เหมือนมีแต่เปลือกเปล่าๆนี่เอง...เซ็งที่สุด เงินหาย บัตรหาย
 
กระเป๋าตังหาย แต่นั้นยังไม่เสียดายเท่ารูปที่ถ่ายกับเพื่อนๆตั้งแต่ รร. เก่า จนถึงเพื่อนๆมหาลัย หาไม่ได้อีกแล้ว
 
วันนั้นข้าพเจ้าเลยหงุดหงิดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เรียนไม่รู้เรื่องทั้งวัน... กระนั้นในความโชคร้ายก็ยังมีความโชค
 
ดีแฝงอยู่มั้ง....ขณะเรียนอยู่ๆโทรศัพท์ของข้าพเจ้าก็ดังขึ้น "พี่เก็บกระเป๋าตังน้องได้มารับด้วยที่สะพานอโศก"
 
ข้าพเจ้าจึงวิ่งไปสถานที่ตามคำบอกทันที ในใจพลันนึกสะพานอโศกอยู่ห่างจากหอไม่ต่ำกว่า 1 km ไอ้หัวขโมยมัน
 
ช่าง..... เมื่อไปถึงก็พบกับบุคคลผู้ซึ่งเก็บกระเป๋าได้ เป็นชายผิวค่อนข้างดำ รูปร่างเล็ก เขาเป็นช่างดูแลท่อส่งน้ำ
 
บริเวณสะพานอโศก ข้าพเจ้าได้บัตรต่างๆคืนเกือบหมด รวมทั้งบัตรATM ที่อายัดไว้แล้วด้วย จะหายก็แต่รูปกับเงิน
 
เท่านั้น โห้จะเรียกว่าโชคดีได้ป่าววะ.."พี่ครับพี่เก็บกระเป๋าผมได้ที่ไหนเหรอ ?" ข้าพเจ้าถามขึ้นด้วยความสงสัย
 
"อ้อ ตอนพี่เดินสำรวจท่อพี่ก็เจอมันตกอยู่ในถังขยะอ่ะน้อง พอดีมีเบอร์โทรอยู่พี่จึงลองโทรไป น้องจะให้พี่พาไปดู
 
ก็ได้นะ" ว่าแล้วข้าพเจ้าจึงได้ตามนายช่างเข้าไปใต้สะพานอโศก ทางเดินที่เขานับไปช่างลึกลับซับซ้อนมาก
 
ต้องเดินลัดเลาะไปมาผ่านท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศวังเวง ไม่มีคนเลยซักคน และแล้วในที่สุดก็ถึงจุด
 
หมาย คราวนี้ต้องผ่านอุปสรรคสุดท้ายคือมุดรั้วเข้าไปใต้โคนสะพาน..... คราวนี้ความรู้สึกอีกอย่างก็บังเกิดขึ้นมา
 
เหี้ยแล้ว...หรือแมร่งจะเป็นคนเข้ามาขโมยวะ...แมร่งจะหลอกกุมาจี้อีกรอบรึเปล่าวะ..ซวยแล้วกุ ขณะนั้นมือ
 
อันใหญ่ของนายช่างก็มาจับไหล่ข้าพเจ้าจากด้านหลัง ทำเอาข้าพเจ้าสะดุ้งเฮือก แต่ข้าพเจ้าจะยอมมันไม่ได้จึงได้
 
รวบรวมความกล้าหลับกลับไปประจันหน้า "น้องถึงที่แล้วลองหาของที่หายไปสิ" 555 เป็นงั้นไป คิดมากไปเอง
 
ข้าพเจ้าจึงสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบของที่ตามหา รูปเพื่อนที่หายไปกระจายเกลื่อนกราดอยู่ตามพื้น มันเลวจริงๆ
 
ให้ตายสิขโมยมาแล้วรื้อของเอาตังไปแล้วโยนของที่เหลือทิ้ง ในที่สุดก็ได้รูปบางส่วนคืนมา...แต่ก็ไม่ถึงครึ่ง
 
ของของเดิมที่มีอยู่ ภาพความทรงจำเก่าๆได้หายไปตลอดกาล....สุดจะเซ็งโว้ย !!!!!
 
ความซวยลำดับที่2 (secondary unfortune : ทะเลาะกับเพื่อน-แม่)
 
หลังจากถูกปล้นไม่นาน....ก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เป็นผลต่อเนื่องจากเหตุการณ์แรกเรื่องมีอยู่ว่าหลังถูกปล้นไม่นาน ก็มี
 
การสอบ ซึ่งในช่วงสัปดาห์นี้ก็ยิ่งไม่มีสมาธิเรียนอยู๋ บวกกับไม่ได้เรียนไป 1 วันเต็มเนื่องจากต้องไปตามกระเป๋า
 
และแจ้งความที่โรงพัก คะแนนที่ออกมาจึงค่อนข้างแย่ (เหอๆ จากปกติที่ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว)  พอเห็นคะแนนก็
 
เศร้าใจตกมีนไป 4 คะแนน เท่านั้นยังไม่พอ มีไอ้เพื่อนไม่รู้กาลเทศะเอาคะแนนไปบอกแม่เรา ทำกุซวยอีก
 
ทั้งๆที่เย็นวันนั้นนึกว่าอย่างน้อยก็จะได้relax เพราะที่คณะมีแข่ง singing contest ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังมี
 
ความสุขจากการดูเพื่อนแข่งร้องเพลง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นแม่โทรเข้ามาด่าเป็นชุด พาเอาเสียอารมณ์มากๆ
 
หมดอารมณ์ทำทุกอย่าง ตอนนี้ในหัวเหมือนมีปรอทวัดอุณหภูมิอยู่ ซึ่งตอนนี้อุณหภูมิก็สูงจนเกือบถึง peak แล้ว
 
จากการที่เจอเรื่องซวยติดต่อกัน ข้าพเจ้าจึงโทรไปหาเพื่อนคนนั้นเพื่อจะเคลีย มันดันจะเอาแต่นอนคุยกะแมร่งไม่รู้
 
เรื่อง สุดท้ายมันก็ตัดสายกุไป เหี้ยอย่างนี้กุเล่นแมร่งแน่ ... ปรากฏว่ามันให้เหตุผลว่าที่สายตัดเพราะแบตหมด
 
แต่ทำไมแมร่งไม่เคยคิดจะโทรกลับวะ ยืมมือถือเพื่อนก็ได้ มันดันบอกว่าไม่อยากยืมของเพื่อน เห็นเพื่อนนั่งเล่น
 
เกมส์อยู่ไม่อยากกวน เชี้ยไม่ใช่เรื่องแล้วนะ..เหตุผลฟังไม่ขึ้นวะ แล้วที่เอาเรื่องคะแนนไปบอกก็บอกว่าไม่ได้
 
ตั้งใจ งามหน้านัก นี่มันเรื่องส่วนตัวถือดีอะไรวะ ปกติกุก็บอกแม่เองอยู่แล้วไม่ต้องให้เมิงมาบอกให้ สาด
 
คราวนี้ปรอทได้ปะทุออกมาจนเกือบจะแตก เกือบด้มีเรื่องต่อยกันแล้ว แต่ยังดีที่สุดท้ายก็เคลียกันได้ แต่ก็มอง
 
หน้ากันไม่ออกเป็นเวลานานชัวร์
 
ความซวยลำดับที่3 (third unfortune : CoM HaNg)
 
ความเซ็งมาเยือนอีกคือตอนที่พิมพ์เรื่องนี้ได้ถึง ความซวยลำดับที่2 คอมดันค้าง ทุกอย่างที่พิมพ์มลายหาย
 
ไปหมด โอ้....พระเจ้าทำไมทำกับผมอย่างนี้.....
 
ความซวยลำดับที่4 (fourth unfortune : ผิดใจกับเพื่อน)
 
คราวนี้มีเรื่องผิดใจกะเพื่อนที่สนิทกันพอควรเลยล่ะ เธอชื่อนางสาว ต. แฟนนางสาว ต ชื่อ นาย ว.
 
กำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอก เพื่อนของนาย ว ชื่อนก เป็นเพื่อนเราที่สนิทพอควรสมัยอยู๋สาธิตปทุมวันก็ไปกับเขา
 
ด้วย นางสาว ต จึงคิดว่าจะได้เพื่อนไปส่งแฟนเป็นเพื่อน.....นางสาว ต เคยถามเราว่าแบงค์จะไปส่งนกไหม
 
เราก็บอกว่าไปสิ ถ้าไม่ติดอะไร ของขวัญที่จะให้นกก็เตรียมเรียบร้อยแล้ว แล้วนกก็บอกว่าใกล้ไปเมื่อไรจะโทร
 
มาบอก........แต่สุดท้ายก็มีเรื่องทำให้เราไปเป็นเพื่อนนางสาว ต ส่งแฟนไม่ได้....เพราะเรื่องนี้ทำให้ผิดใจกัน
 
ซึ้งตอนนี้ยังมองหน้ากันไปออกเลย ทั้งๆที่
 
มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ๆ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนผิดด้วยซ้ำ แถม ที่บอกว่าจะไปส่งเพื่อนเป็นเพื่อนนางสาว
 
ที่สนามบิน เราก็ยังไม่ได้ confirm แท้ๆ แถมนกก็ลืมโทรมาบอกอีกเพ่งรู้ก่อนหน้าคืนเดียว แถมพุ่งนี้ก็สอบอีก
 
อ่านหนังสือก็ถึงตี4 สอบเสร็จก็หมดแรงแล้ว แถมตอนเย็นมีงานวันเกิด roommate อีก แล้วจะให้ไปดอนเมือง
 
ต่อ ตอน 5 ทุ่ม มันก็ไม่ไหว ไม่อยากไปนะสิ ก็เลยบอกว่าไม่สะดวกไปเป็นเพื่อนน.ส. ต. เพื่อส่งแฟนเธอ เธอก็
 
โกรธไม่พูดกับเราเลย..........เขาไม่รู้ว่าเราก็แคร์เขาขนาดไหนเก็บเรื่องมานั่ง
 
เซ็งนั่งเครียดอยู่คนเดียว แถมเราก็โทรไปหาคนโน้นคนนี้เพื่อเขาอีก เขาก็ยังมาโกรธเรา แถมวันนี้ยังมาพูดเหน็บ
 
แนมเราอีกมาพูดว่า "นกยังถามเลยว่าทำไมแบงค์ไม่ไปส่ง" ทำไมนางสาว ต ถึงพูดแบบนี้ เราก็คุยกับนกแล้ว
 
นกก็บอกว่า"ขอโทษที่ลืมบอกว่าจะไปเมืองนอกแล้ว พอดีแบบว่ายุ่งๆ ไม่สะดวกมาส่งก็ไม่เป็นไรเดียวไว้มาเจอ
 
กัน" ขอบอกเลยว่าเสียใจมาก...ทั้งๆที่เราแคร์เขาขนาดนี้ยังมาทำแบบนี้..... เราก็หวังว่าเขาจะกลับมาดีกับเรา
 
เหมือนเดิม........
 
 
 
 
 
 
 
 
 
3월 20일

ตะลุยเขาคิชฌกูฏ

   

 

 

หลายๆคนคงเคยได้ยินตำนานอันเลื่องชื่อของเขาแห่งนี้

 
เขาคิชฌกูฏ เขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท
 
ที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
 
เป็นสถานที่ถูกกล่าวขานกันว่า หากผู้ใดทีมาด้วยจิตศรัทธาแรงกล้า
 
มาเหยียบ ณ ที่แห่งนี้ก็เหมือนกับได้มาเหยียบสรวงสวรรค์
 
เขาเล่าว่าใครก็ตามที่มา ณ เขาแห่งนี้จะขอพรได้ 1 ประการ
 
และจะสมหวังในพรนั้นทุกอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้อง
 
ขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
 
จากตำนานเหล่านี้จึงเป็นเหตุให้ผู้คนมากมายจากทั่วทุกสารทิศ
 
ดั้นด้นกันเดินทางมายังสถานที่อันเป็นตำนานแห่งนี้
 
 
         เขานี้ตั้งอยู่ที่จ.จันทบุรี ซึ่งทางจ. จะเปิดให้คนเขาไปปีละ
 
ครั้งเท่านั้น ธรรมชาติจึงยังคงความสมบูรณ์อยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้
 
อยากไปอะไรหนักหนาหรอก แต่ว่าน้องสาวตัวดีนี่สิบังคับให้ไป
 
เป็นเพื่อน เอาวะไปก็ได้แต่ดันต้องออกรถตอน 5 ทุ่มนี้ดิ 
 
 อ้ากกกกทำไมต้องไปดึกๆด้วยวะ อยากบ่นแต่ก็กัวแม่บ่นกลับ
 
เลยเงียบไว้ล่ะดีที่สุด เลยทึกทักเอาเองว่า-ต้องไปไหว้ตอนตี 2
 
เพื่อแสดงศรัทธาอันแรงกล้า ศรัทธายิ่งแรง คงยิ่งทำให้สม
 
ปรารถนาล่ะมั่ง- พอถึงที่ก็ไม่ดึกมากตี2 พอดิบพอดีเลย แต่ผิด
 
กับที่คาดไว้นี่ตี 2 จริงหรือนี่คนเป็นพันเดินกันขวักไขว่สงสัย
 
จะมาแสดงศรัทธาเหมือนกับเรารึเปล่า บางคนมากันเป็นกรุ๊ปทัวร์
 
เลย ที่เห็นดูจะใหญ่สุดก็กรุ๊ปเสื้อเหลืองมีราวๆ 70 คนอย่างนี้
 
แบงค์สู้ไม่ถอยคับ ว่าดังนั้นจึงรีบจัดแจงเตรียมดอกไม้ธูปเทียน
 
ไหว้ นมัสการพระในวัดที่ตีนเขาก่อน แต่แล้วความสงสัยก็เริ่ม
 
บังเกิด เอ๋จะขึ้นไปบนยอดเขาไงหว่า คำตอบก็บังเกิดพลันเมื่อ
 
สังเกตเห็นป้ายใหญ่ๆเขียนว่า ที่ซื้อบัตรรถขึ้น บัตรนะซื้อง่ายมาก
 
จ่ายตังปุ้ปก็ได้ปั้ปแต่จะขึ้นรถสิยาก คนรอขึ้นแถวยาวก็ต่อซื้อ
 
Rosty boyซะอีกได้บัตรคิวอันดับที่ 400 กว่าด้วยทีนี้ทำไงดี
 
(นี่แหละที่จะทำให้เกิดการทำบาปครั้งที่1) เมื่อรถคันถัดไป
 
มาถึงรถก็ไม่ได้เลิศหรูอะไรมากแค่เป็นกระปะรุ่นประมาน15 ปี
 
 ที่แล้วเห็นจะได้ เสียกประกาศดังขึ้น ท่านผู้ใดถือหมายเลข
 
 บัตร232เชิญขึ้นรถได้ อ่า 232 อีกครึ่งเลยกว่าจะถึง ความ
 
เซ็งจึงบังเกิดแต่ทันใดนั้นป้านิจเพื่อนคุณแม่ก็วิ่งมาด้วยความ
 
เร็วปานสายฟ้าฉุดพวกเรากระโดดขึ้นหลังรถทันใด พร้อมทั้ง
 
ส่งบัตรให้เด็กเก็บบัตรไปทั้งกำมือ(บัตรโดนกำจนบู้บี่หมดแล้ว)
 
 ป้านิจเทอส่งหางตามาประมานจะบอกว่า เงียบไว้ๆ ไอ้เด็กเก็บ
 
บัตรก็ไม่ได้ดูเลย พวกเราทั้งกลุ่มเลยได้ขึ้นในที่สุด ไม่รู้Tripนี้
 
จะได้บุญหรือเสียบุญกันแน่-_-" ทางขึ้นเขาก็หยั่งกับเขาใหญ่
 
รวมกับเขาชนไก่ เป็นทางลูกลังประมานว่าตัดป่าเข้าไป ไม่มีแม้แต่
 
หลอดนีออนซักดวง แถมข้างๆเป็นเหวอีก แรกๆก็สนุกดีหรอกนะ
 
เด้งๆเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะ แต่หลังๆกุเมื่อยแล้วเมื่อไรจะถึงซัก
 
ที เสียวด้วยประมานว่าคนขับขับเฉียดขอบเหวไปนิดเดียวตลอดทุก
 
หัวโค้ง ไม่รู้ทำไปได้ยังไงเจอกับตัวเองก็รู้สึกสงสารคนที่เดินขึ้นมา
 
มีหลายๆคนไม่รอรถเดินขึ้นมากันเองเลย แต่งชุดหยั่งกับพวกเดิน
 
ป่าพกไฟฉายคนละอัน ช่างทรหดจริงๆอาจจะเป็นเพื่อเพิ่มแรง
 
ศรัทธาอีกล่ะมั่ง ขึ้นเขาไปได้ซัก 6 km ก็เจอแสงไฟ เย้!!ในที่
 
สุดก็ถึงสักที แอบดีใจหน้าระรื่นอยู่ซักพักก็พบกับความผิดหวัง นี่มัน
 
จุดต่อรถนี่หน่า ต้องต่อรถขึ้นไปอีก 6 km โอ้ยพระเจ้าช่วย และยัง
 
นำไปสู่การทำบาปครั้งที่ 2 แต่คราวนี้หน้าเริ่มหน้าพอควรคราวนี้
 
พอรถมาก็กระโดดขึ้นไปเองโดยอัตโนมัติ แต่คราวนี้สิซวยโดนจับ
 
ได้ ไอ้เจ้าของคิวตัวจริงดันมีเยอะ 12 คนเต็มคันรถพอดีเลยเนียน
 
ไม่ได้ ต้องลงจากรถไปตามๆกัน ก่อนจะพูดว่า ก็เด็กเก็บบัตรบอก
 
ให้ขึ้นมาเลยนิ จิงๆแล้วเด็กเขาก็หวังดีจะช่วยให้ขึ้นไปเร็ว เพียงแต่
 
เขาไม่รู้ว่าคนที่จะขึ้นมากลุ่มเรามีเป็น 10 คน เหอๆ ซวยไป สุดท้าย
 
ก็ต้องรอจนถึงคิวตัวเองแต่คราวนี้ไม่นานเท่าไรนัก 10 กว่าคันรถก็
 
ได้ไปละ ทนทางวิบากอีก 6 km ในที่สุดก็....ก็...ก็ยังไม่ถึง ต้อง
 
ไปต่ออีก 3 km แต่คราวนี้ไม่มีรถให้แล้ว เดิน เดินเท่านั้น ช่างให้
 
ความรู้สึกเหมือนเดินธุดงแสวงบุญโดยแท้ อยากกลับก็กลับไม่ได้
 
แล้วล่ะ ต้องไปต่อเท่านั้น มีคนบอกว่าหากต้องการ ให้คำขอสมหวัง
 
จริงๆ ระหว่างทางให้ท่องอิตติปิโสภัควา ไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงยอด
 
เขา แรกๆก็ท่องดีหรอกนะ แต่พอไปนานเข้ากลายเป็นเสียงหอบ
 
แทน แถมน้องสาวตัวดีเดินขึ้นไม่ไหว เป็นภาระให้ช่วยลากขึ้นไป
 
อีกทำไมหนอหนทาง 3 km ช่างยาวไกลเช่นนี้ เมื่อใกล้ถึงยอด
 
อากาศก็ค่อยๆเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งเป็นหมอก โอ้ พระเจ้ามันอยู่
 
สูงขนาดนี้เลยเหรอ ในที่สุดก็เห็นป้ายเขียนว่า ประตูสวรรค์ ช่าง
 
เข้ากับบรรยากาศตอนนี้จริงๆ มีเมฆหมอกอยู่รอบตัวราวกับอยู่บน
 
สวรรค์จริงๆ ตอนแรกก็นึกว่าถึงแล้วที่ไหนได้ประตูสวรรค์จริงๆ (เพิ่ง
 
ถึงแค่ประตู -_-"ยังต้องไปกันต่ออีก) ถัดจากประตูสวรรค์ไปเล็ก
 
น้อย ก็พบบรรไดยาวพาดขึ้นไปยังโขดหินใหญ่ มีป้ายเขียนว่า ทาง
 
ขึ้นไปชมพระอินทร์ทรงรถที่สูงที่สุดในโลก ใจก็อยากปีนขึ้นไป
 
ดูนะ แต่กัวตกเหวลงมาศพไม่สวย ก็เลยได้แต่มอง เดินมาอีก
 
ราว 10 นาที ในที่สุดก็ถึง destination ที่เรารอคอยมานาน ที่
 
ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในโลก รอยพระพุทธบาทตั้ง
 
อยู่หน้าก้อนหินขนาดยักษ์ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผา(ก็ไม่รู้ทำไมมันถึงไม่
 
ถล่มลงมา) เขาเล่าว่าพรที่จะมาขอให้มาขอตรงนี้ล่ะ พวกเราไปถึง
 
ตอนที่เขากำลังสวดมนต์พอดี ผู้คนบริเวณรอบๆจึงหนาแน่นมากจน
 
ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงได้แต่ยืนดูอยู่ข้างนอก ซึ่งเวลานี้ตรงกับ
 
เวลารุ่งเช้าพอดี สุริยันได้ค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นสู่ท้องนภา สาดส่อง
 
แสงรัศมี ผ่านไอหมอกกระทบพระพุทธบาทจนเกิดประกายระยิบ
 
ระยิบของทองที่ปิดอยู่ ช่างเป็นภาพที่น่าชมมากเมื่อสวดมนต์เสร็จผู้
 
คนก็ได้บางตาลง (แต่ก็ยังเยอะมากๆอยู่ดี >_<)  พวกเราถึงเข้าไป
 
กราบนมัสการกันได้ นำไปสู่การทำบาปครั้งที่ 3 เมื่อเรากราบ
 
นมัสการพร้อมทั้งขอพรเสร็จ พรที่ขอก็ไมมีอะไรมาก ขอให้เรียน
 
ประสบความสำเร็จในอาชีพแพทย์นี้เท่านั้น ใจจริงอยากขอ
 
แฟนเป็นตัวเป็นตนสักคน55+ แต่แม่ไม่ให้บอกว่าทำไมไม่ขอใน
 
สิ่งที่มีประโยชน์กว่านี้ล่ะลูก กำๆแฟนก็มีประโยชน์นะ ว่าปะเพื่อนๆ?
 
เมื่อขอพรเสร็จกำลังจะเดินออกก็มีหญิงอ้วนคนหนึ่งแทรกตัวเข้ามา
 
เพื่อจะไหว้บ้าง ลืมบอกไปว่ารอยพระพุทธบาทมันไม่ใหญ่มากคน
 
มากมายจึงแก่งแย่งกันเพื่อจะได้เข้ามาไหว้ หญิงนั้นไม่สนใจใครจะ
 
ไหว้ให้ได้เบียดตัว ชนเราจนเกือบจะตกเหวที่อยู่ข้างๆ ดูมันสิ เรา
 
เลยด่าไปด้วยคำหยาบคายเสียงดังเลย โอ้พระเจ้าอภัยให้ลูกด้วย
 
  ข้าพเจ้ารู้ว่าที่แห่งนี้มันศักดิ์สิทธิ์ ต้องสำรวจกายและใจ แต่มันเหลือ
 
อดอะ เหอๆนรกจะกินหัวไหมหน้อ..แย่จริงๆเรา
 
              ขากลับก็เลยได้คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมต้องมาไหว้ดึกๆ
 
นอกจากเพื่อแรงศรัทธาแล้ว ยังเป็นเพราะถ้ามาไหว้ตอนเช้าคนจะเยอะ
 
มากๆ ตอนขาลงปรากฎว่าเลนที่จะลงได้เหลื่อเลนเดียว เลนขึ้นคนเบียด
 
เสียดกัน 4 แถว แถมไม่ขยับด้วยต่างคนก็อยากขึ้นไปไหว้ เลยไม่ยอมใคร
 
แซงกัน ซ้อนแถวก็มี ลองคิดสภาพคนเบียดกันบนทางเดินที่ข้างๆคือเหวดู
 
โถ่ถ้ายอมกันซะบ้างก็ได้ขึ้นไปไหว้แล้ว มนุษย์หน้อมนุษย์ ส่วนใครว่าขา
 
ลงสบาย ความจริงนั้นไม่เลย ทางมันลาดมากต้องอาศัยแรงเกร็งตัวเพื่อ
 
จะได้ไม่ลื่นไหลลงไป ขาเราสั่นไปหมดด้วยความเมื่อล้า ลงมาถึงตีนเขา
 
ก็เวลา 7 โมงเช้า พอดิบพอดี สรุปใช้เวลาขึ้นและลง 5 ชม. ลงมายัง
 
เจอกรุ๊ปทัวร์เสื้อเหลืองที่ได้บัตรคิวพอๆเรายังไม่ได้ขึ้นเลย โอ้ท่าไม่โกง
 
สงสัย เราก็คงยังไม่ได้ขึ้นแบบเขา เหอๆ
 
            จริงๆแล้วต่อจากรอยพระพุทธบาทมีทางขึ้นเขาต่อไปได้อีก 1
 
km ข้างบนคราวนี้มีแต่ไปไหว้เหล่าทวยเทพแล้ว ซึ่งข้าพเจ้าไม่ขอขึ้นไป
 
ต่อแล้ว แค่นี้ก็จะตายล่ะ ขอจบเรื่องเลยละกาน ขอเอาบุญมาแบ่งปัน
 
นะ
 
 
 
3월 11일

ได้ออกทีวีด้วย!!!!

  วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เราประทับใจ เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต
 
ที่ได้ออกทีวีครั้งแรกนั้นสมัยอยู่ ป.3 รายการ cartoon network
 
แต่เทียบกับสมัยนี้มันต่างกันนัก คือตอนนี้มันโตแล้วก็ต้องมี
 
ความอายอยู่บ้าง ตอนแรกกลัวจะลน ตื่นกล้องจนพูดไม่รุ้เรื่อง
 
ในใจคิดว่า...
 
.....นุ่นไม่น่าเรียกแบงค์มาสัมพาษณ์เลย แต่เอาหน่า ลองสู้สัก
 
หน่อย.........ว่าเลยก็เลยฮึดสู้ต่อไป....
 
เมื่อไป ณ ตึก THe NaTion ที่ห้องส่งรายการไมโครโฟน วาไรตี้
 
ก็เจอกลับผู้ร่วมชะตากรรมโดนสัมภาษณ์เหมือนกาน
 
พี่ขวัญ (ทันตะมหิดล) พี่ออม(สหเวชจุฬา) พี่ต้น(เภสัช มหิดล)
 
เราก็มองไปรอบๆ อืมพบว่า ทุกคนมีสีหน้าหวาดหวั่นเหมือนกันเลย
 
แต่เอ๋... รู้สึกว่าจะมีอะไรแปลกๆแล้ว ทำไมทุกคนพาอาจารย์
 
มาด้วยละ ....อ้ากกก แล้วทำไมกุไม่มีอาจารย์มาด้วยคนเดียววะ
 
ไม่เห็นมีใครบอกเลย ว่าต้องพาอาจารย์มาด้วย แถมทุกคน
 
แต่งนิสิตหมดเลยทำไมมีเราแต่งไปรเวทอยู่หน่อเดียวล่ะ
 
แล้วทำยังไงดีล่ะทีนี้.... ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจลองโท
 
ตามอาจารย์ดีกว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 50 นาทีจะ Onair
 
เราก็เลยพยายามโทรหาอาจารย์ทุกคนที่มีเบอร์ แต่วันนี้มีอะไร
 
โดนใจให้อาจารย์ปิดมือถือทุกคนเลยยกเว้น... อาจารย์เอมอร
 
แม่ของไอ้ชาร์ปนี่เอง
 
...อาจารย์ครับพอจะช่วยผมได้ไหม อาจารย์ก็อยากช่วยนะ
 
แต่แบงค์ เธอช่วยตัวเองแล้วล่ะกัน... 
 
สุดท้ายก็ต้องช่วยตัวเองในที่สุด ลองคิดสภาพคนอื่นพาอาจารย์
 
มาด้วย พีธีกรก็มักถามอาจารย์มากกว่านิสิตอยู่แล้ว
 
แต่เรานิสิตแพทย์ตัวคนเดียว แถมนั่งข้างพิธีกรด้วย ลองคิด
 
ดูว่าจะเจอกับอะไรบ้าง....
 
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ออกจะดีมากด้วยซ้ำ
 
พิธีกรนุ่น กะพี่เต้ดีมากๆ บรรยากาศในห้องส่งสบายๆ
 
ปล่อยมุขกระจาย ไม่รุ้ทำไมพี่เต้ชอบแซวว่าหมอแบงค์มีเมียรึยัง
 
เราก็เลยตอกกลับไปซะเลยว่ากำลังเปิดรับสมัครอยู่55+
 
เอาเปนว่าวันนี้สนุกมากและกัน แบบว่าขี้เกียจเขียน >_<
 
ขอบคุณนุ่น ขอบคุณทุกคนนะที่เป็นกำลังใจให้
 
เจอ..กานคร้าบบ
 
2월 23일

ปิดเทอมอีกแล้ว^^

จบปี 2 แล้วจ้า  เหอๆ ปี 3 แล้วสินะเรา แก่เลย 55+
 
รู้สึกจะมาเขียน Blog ที่ครั้งที่ปิดเทอม ^_^  ผ่านมาปีหนึ่งมีเรื่องราว
 
ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งดีและร้าย เจอกับการเรียนสุดหนัก
 
Phisiology เรียนไม่รู้เรื่อง Gross Anatomyท่องตาแฉะ จำ
 
Hormone ต่างๆมากมาย สุดท้ายสอบเสร็จ....ลืมหมด 
 
กำจริงๆ >_<
 
เรื่องความรัก...ก็ยังหาใครมาเยียวยาหัวใจอันอ่อนล้านี้ไม่ได้ เศร้า
 
จัง เปิดรับสมัครแฟนดีกว่า 55+ ล้อเล่น
 
เพิ่งกลับมาจากเที่ยวชะอำมา ไปเที่ยวก็สนุกดีนะ แต่ซวยจริงๆ
 
แว่น Levi's 4000 บาทหายไปในทะเล
 
(ไม่ได้ทำหายเองนะ แบบว่าฝากเพื่อนไว้แล้วมันแมร่งลืมว่า
 
กุฝาก เซ็งเลย) ก่อนไปพ่อทักว่าดวงไม่ดี ดวงไม่ดีจริงๆ แย่จัง
 
อัฟ space ครั่งนี้เอารู้เก่าช่วงปี 2 มาลง ลองดูเอานะ
 
 
10월 3일

เย้ๆ ในที่สุดก็ปิดเทอมซักที

         นี่หรือคือช่วงเวลาปิดเทอมที่เรารอคอย เวลาปิดก็ช่างน้อยจริงๆ 17 ต.ค. ก็เปิดเทอมแล้ว ช่วงๆแรกก็รู้สึกชอบนะ มีเวลานอนพักผ่อนเพียงพอ หนังสือก็ไม่ต้องอ่าน(พูดเหมือนตัวเองอ่านบ่อย 555+)
 
          แต่ตอนนี้ปิดเทอมมาได้ 3 วันแล้ว ทำไมกุรู้สึกเบื่อ เซ็งชีวิตแบบนี้รู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรไป แบบว่าว่างจัดไม่มีอะไรทำ สิ่งที่วาง plan ไว้ว่าจะทำก็ทำหมดแล้ว เกมส์ก็เล่นจนเบื่อ อยากไปเที่ยวอะ แต่เพื่อนๆที่คณะก็กลับบ้านกันส่วนเพื่อนเก่าก็ยังไม่ปิดเทอม สอบfinalกันอยู่ จะไปเที่ยวคนเดียวก็กระไรอยู่ O_o
 
          วันนี้เลยว่างมาลองทำ msn space ซะเลย 55555555+(สงสัยขำอยู่คนเดียว -_-")
 
           อยากเที่ยวเว้ยยย คิดถึงเพื่อนๆจังเลย